ประสบการณ์รองเท้า Nike Air VaporMax

หลังจากที่เพิ่งได้มีโอกาสสัมผัสกับเจ้า Nike Air VaporMax มาไม่นานนี้เอง เนื่องจากสินค้าขาดตลาดอย่างรวดเร็ว เพราะมีผู้สั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าหลัก หรือแม้แต่ร้านฝากหิ้วก็ปิดรับหมดเลย โชคดีที่ผมได้คู่นี้มาจากในร้านต่างประเทศ วันนี้เลยอยากจะนำมาแกะกล่องรีวิวให้ทุกคนได้ชมกันแบบเต็มๆ ตา ว่ารองเท้าคู่นี้มันดียังไงถึงแย่งซื้อกันจนของขาดตลาดกันเลยเชียว สำหรับรีวิวนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ ถ้าใครไม่ชอบก็ขออภัยก่อนล่วงหน้าเลยนะครับ เอาล่ะ เราไปเริ่มรีวิวกันเลยดีกว่า

เปิดกล่องรองเท้า Nike Air VaporMax

ตัวกล่องรองเท้ามาในโทนสีขาวดูเรียบง่ายสะอาดตา แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ จะมีลายจุดที่คล้ายกับที่คล้ายกับสัญลักษณ์ของ Nike โดยข้างกล่องมีตัวหนังสือสกรีนคำว่า VaporMax ซึ่งมีการเน้นตัวหนาในส่วนของคำว่า MAX ที่สื่อถึงประสบการณ์ที่ผู้สวมใส่จะได้รับจากรองเท้าคู่นี้ เมื่อเราลองมาดูเทคโนโลยีของ NIKE จะพบว่าเจ้า VAPORMAX เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ทำให้รองเท้าที่เบาอยู่แล้ว เบามากยิ่งขึ้นไปอีกเหมือนเดินในอากาศ โดยหลักการคือการนำเอาชั้นรองเท้าออกไปชั้นหนึ่ง คือ แผ่นรองพื้นร้องเท้า ทำให้รองเท้าคู่นี้มีน้ำหนักเบามาก หรือน้ำหนักเพียงแค่ 9 ออนซ์

น้ำหนักที่เบาไม่ได้เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจทั้งหมดของรองเท้าคู่นี้ เพราะพิเศษยิ่งไปกว่านั้น VaporMax เป็นร้องเท้าที่ทำขึ้นมาจากวัสดุพิเศษที่เรียกว่า Flyknit เป็นเนื้อผ้าชนิดใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัท Nike เป็นผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อสวมใส่แล้วรู้สึกสบายพอดีเท่า นอกจากจะมีความยืดหยุ่นแล้ว ยังมีการระบายอากาศที่ดี หมดห่วงเรื่องกลิ่นเหม็นอับไปได้เลย

ตัวรองเท้าที่นำมารีวิวในวันนี้เป็น Nike Air VaporMax สีแดง หรือ Dark Team Red เป็นสีแดงผสมโทนสีดำที่ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง แม้จะเป็นสีแดงแต่ก็ไม่ได้มีสีสันฉูดฉาดจนเกินไป ในขณะที่ด้านข้างของตัวรองเท้ามีโลโก้สีดำของ Nike ติดอยู่อย่างสวยงาม ใครเห็นก็ต้องรู้ว่านี้แหละรองเท้าของลูกผู้ชายตัวจริง

ความรู้สึกหลังจากได้ลองใช้งาน

หลังจากได้ลองสวมใส่ใช้งานจริงแล้ว โดยผูกเชือกไม่มีความกระชับแนบชิดกับเท้า ผลที่ได้คือความรู้สึกที่นุ่มเท้าพอดีเลยทีเดียว รู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า Flyknit มั่นใจได้ว่าถ้าไปไปใช้วิ่งออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาหนักๆ ก็ไม่น่าจะเป็นห่วงอะไร เมื่อแกะดูแผ่นรองเท้าหรือ Insole ออกมาจะพบว่าเป็นวัสดุที่ทำมาจากโฟมที่ค่อนข้างแข็ง ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นเหมือนกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ อาจเป็นเพราะเป็นผลมาจากการดีไซน์รองเท้าเฉพาะในรุ่นของ VaporMax ที่มีการตัดเอาพื้นร้องเท้าส่วนกลางออกไป

ตามที่ทางผู้สร้างได้เครมเอาไว้ว่าเจ้ารองเท่า VaporMax เป็นรองเท้าที่ประกอบไปด้วย AIR มากที่สุด ด้วยความที่มันมี AIR มากขนากนี้ทำให้หลายคนกังวลว่าถ้าไปไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเส้นทางที่ไม่ค่อยเรียบจะเป็นอย่างไร ซึ่งทางบริษัทก็ได้ส่งไปทดสอบสุดโหดมาแล้วในหลายประเทศ รวมถึงผู้ใช้งานในอินเตอร์เน็ตก็ท้าพิสูจน์กันหลายคน ไม่ว่าจะเอาไปลองย้ำเศษแก้วบนท้องถนน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะรอดมาได้ แต่ถ้าเป็นเศษแก้วชิ้นใหญ่ หรือชิ้นส่วนอะไรก็ตามที่มีความแหลมคม คาดว่ามันก็คงไม่รอดแน่นอน และส่วนตัวผมเองก็ไม่อยากลองกับตัวเองด้วย

สุดท้ายหลังจากที่ได้ทดลองใส่มาเกือบอาทิตย์ ในความรู้สึกส่วนตัวคิดว่ามันใส่แล้วสบายกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป ด้วยความที่มันเป็น AIR แบบเต็มตัว ทำให้เวลาเดินเรามันเด้งรับแรงกระแทกของเรา จึงค่อนข้างสบายเท้ารวมไปถึงหัวเข่าที่ไม่ต้องแบกรับแรกกระแทกเหมือนเราเดินเท้าเปล่า ในที่สุดมันก็กลายเป็นรองเท้าคู่โปรดที่ผมใส่ทุกวันไปแล้ว

รองเท้า Adidas Ultra Boost รุ่นใหม่ของปีนี้

Adidas-Ultra-Boost

Adidas-Ultra

รองเท้า Adidas Ultra Boost ทำให้คุณได้สัมผัสกับฝีเท้าของตัวเองขณะวิ่ง ในยามสวมเมื่อออกไปเที่ยว หรือเดินเฉิดฉายไปตามท้องถนน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Adidas Ultra Boost ได้รับการปรับปรุงทำให้ดูดีขึ้น และสวมใส่สบายขึ้น

เข้ามาเปลี่ยนโลกของรองเท้าวิ่ง

Adidas Ultra Boost เปลี่ยนโลกของรองเท้าวิ่ง การรวมกันของบูสตี้โฟม บูสเตอร์ กับรองเท้าส้นสูง มีสไตล์ ทำให้เกิดเทคนิคการสับสำหรับการวิ่งระยะไกล เข้ารับกับทุกการลงน้ำหนักเท้า เพราะมาพร้อมกับสปริงที่มากขึ้น บูสต์ Midsole ของ UltraBoost เพิ่มขึ้น 20% ซึ่งทำให้ตอบสนองได้ดีขึ้น และมีความทนทานมากขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านบนของ midsole มีถุงเท้าคอยหุ้มเท้า และมีพื้นที่เป้าหมายขนาดกว้าง เพื่อให้เท้าอยู่ในตำแหน่งขนาดพอดี มีอีกทั้งยังเพิ่มเติมในส่วนของตาข่ายด้านใน ไม่ทำให้ระคายเคืองฝ่าเท้าแต่อย่างใด

ระบบ Torsion ของ Adidas ก็ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของพื้นรองเท้า และบริเวณกลางของรองเท้า ซึ่งช่วยให้เกิดความมั่นใจได้ ถึงในเรื่องการเปลี่ยนแปลงจากส้นเท้าจรดปลายเท้า เมื่อคุณวิ่งและบริเวณเท้าด้านหลังของคุณ จะพบการกระเด้งจากส้นเท้าอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาเป็นอย่างดี ซึ่งไม่ใช่พลาสติกเต็มรูปแบบอีกต่อไป แต่แทนที่จะเป็นโครงลวดพันด้วยพลาสติก ซึ่งในปัจจุบันนี้จะช่วยทำให้ส้นรองเท้าของคุณขยายกว้างเพิ่มมากขึ้น เมื่อคุณวางเท้าลงสู่ช่องว่าง ซึ่งทำมาจากพลาสติก ในอดีตการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ อาจมีความติดขัดมาก แต่ในปัจจุบันนี้ได้รับการปรับปรุงแล้ว  ด้วยการเพิ่มความสะดวกสบาย ในขณะที่ยังให้เกิดเสถียรภาพโดยรอบส้นเท้า

Adidas-Ultra-Boost-pic

Adidas Ultra Boost มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่ Adidas ได้นำเสนอใน Adidas Ultra Boost นั้น มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มส่วนดีที่สุดของ UltraBoost ดั้งเดิม เพิ่มความสะดวกสบาย การดีดกลับ และนี่คือสิ่งที่ได้รับจากรองเท้า Adidas Ultra Boost เป็นการเพิ่มพื้นที่พิเศษในพื้นรองเท้า ซึ่งทำให้เกิดความมั่นคงในการเดิน และการตอบสนองได้ดี เมื่อเทียบกับ UltraBoost ตัวดั้งเดิม ในทุกๆ  ขั้นตอน แสดงออกถึงการเด้งอันมาจากกำลังเสริม และความแน่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยในการเปลี่ยนส้นเท้า ให้เคลื่อนไหวได้ราบรื่น แม้ในขณะที่คุณเคลื่อนที่ผ่านอย่างเร็วขึ้น ท่ามกลางแข่งขันต่างๆ

Adidas Ultra Boost สามารถใช้งานได้ง่ายและยาวนานขึ้น จากรุ่นแรกๆ ที่ออกมา ซึ่ง UltraBoost ทำงานได้ดีที่สุด ในเรื่องของการรักษาความเร็วในระยะไกล ทำให้รู้สึกเคลื่อนไหวง่ายขึ้น เมื่อมีการเพิ่ม Boost จำนวนมากในแต่ละขั้นตอนและการแล่นไปตามเส้นทางของ Adidas Ultra Boost เป็นความสุขอันสุขสมบูรณ์ที่สุด มอบความปลอดภัยมากกว่ารองเท้ารุ่นที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

จากคุณสมบัติที่ดีของตัวรับส้นเท้า ที่มีการปรับปรุงใหม่ และส่วน Midfoot mesh ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ให้แก่รองเท้าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เสริมใยแกร่ง UltraBOOST โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ niggly เพิ่มตาข่ายเข้ามาทำให้รองรับการเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยม

ถึงแม้ Adidas Ultra Boost จะยังคงไม่ใช่รองเท้าที่จะเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้ที่ชอบความทะมัดทะแมง แต่ก็มอบความรวดเร็วพร้อมด้วย Boost ซึ่งอาจให้ความรู้สึกที่เทอะทะ แต่ถ้าคุณลองและวิ่งเข้าไปในถนนหนทางต่างๆ คุณจะสัมผัสได้ถึงสายลม และความแรง

Adidas Ultra Boost มีการพัฒนาขึ้นมาดีกว่ารุ่นดั้งเดิมอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่ ‘ไม่สมบูรณ์’ เพียงเล็กน้อยซึ่งนั่นก็เป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจเฉพาะตัว แต่อาจจะไม่ดึงดูด ไปมากกว่ารุ่นก่อนๆ เท่าใดนัก แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นรองเท้าที่ดูดี ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่จริงจังในการวิ่ง คุณต้องการรองเท้าที่มีประสิทธิภาพดี และมอบความเร็วในระดับขีดสุด Adidas Ultra Boost คือคำตอบที่คุณรอคอยมาเนิ่นนาน

Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki รองเท้าผู้ชายที่มีเอกลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด

Onitsuka-Tiger

Onitsuka-Tiger-pic

สำหรับคุณผู้ชายท่านไหนที่กำลังมองหารองเท้าเท่ๆ มีลายเป็นลักษณ์ชัดเจน แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ไม่รู้จะเลือกซื้อคู่ไหนดี วันนี้เรามีรองเท้าแบรนด์ยอดนิยม อย่าง Onitsuka รุ่น Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki มาแนะนำให้คุณผู้ชายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจซื้อมาสวมใส่ใช้งาน แอบกระซิบว่าคู่นี้ตอบโจทย์คุณผู้ชายสายเท่ สายลายเป็นเอกลักษณ์อย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

Onitsuka Tiger แบรนด์รองเท้าที่ใครๆ ก็คุ้นเคย

ต้องขอเกริ่นถึงรองเท้า Onitsuka Tiger คร่าวๆ ให้คุณผู้ชายได้ทราบที่มาสักเล็กน้อย โดยรองเท้าแบรนด์นี้เกิดขึ้นโดย Kihachiro Onitsuka ชายชาวญี่ปุ่น ในปี 1949 เดิมทีถูกผลิตเพื่อใช้ในการกีฬา อย่าง บาสเก็ตบอล มีหน้าเสือเป็นสัญลักษณ์ของรองเท้าจนปัจจุบันกลายเป็นโลโก้ปประจำตัวไปเสียแล้ว ซึ่งต่อมาชายผู้นี้ก็เปลี่ยนมาผลิตรองเท้าที่เน้นไปทางสุขภาพขณะเดิน หรือวิ่งจนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จเป็นแบรนด์ท่ได้รับความนิยมไปแล้วไม่ว่าจะชายหรือหญิง Onitsuka Tiger ผลิตรองเท้าออกมาหลายรุ่นมาก แถมหลายสีด้วย เช่น รุ่น Wasen, รุ่น Mexico 66 แต่ที่เตะตากับการออกแบบที่สุดคงหนีไม่พ้นรุ่น “CALIFORNIA 78 Tokidoki” คู่นี้นี่แหละ

แนะนำ Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki

ในส่วนของรองเท้า Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki รุ่นนี้ได้ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์ Onitsuka Tiger และ tokidoki เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสร้างสัมพันธ์กันในจำนวนจำกัด โดยจะมีออกมาเป็นสีขาว และสีดำทำจากหนังแท้ทั้งคู่ มีการสลักลายบนรองเท้าเป็นลายของ tokidoki บริเวณด้านข้างของรองเท้าที่เป็นหนัง ซึ่งทั้งคู่สีขาวและสีดำลายจะเน้นไปทางสีทอง (แต่คู่สีดำลายสีทองจะเด่นชัดเจนมาก) ที่เชือกรองเท้าก็จะมีอะไหล่รูปหัวใจติดกับโครงกระดูกไขว้กากบาทติดอยู่ด้วย เพิ่มความเท่ไปในตัวได้มาก ซึ่งด้านในรองเท้าบริเวณโฟมรองเท้าก็จะมีลายสัญลกษณ์ของรุ่นสกรีนอยู่ด้วย ตัวรองเท้าที่พื้นรองเท้าทำจากโฟม EVA รองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี

Onitsuka-Tiger-photo

เมื่อสวมใส่รองเท้า Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki ไปแล้วสัมผัสแรกจะให้ความเบาสบาย นิ่ม สามารถใส่เดินห้างสรรพสินค้า หรือเข้าฟิตเนตได้ แต่ผู้ที่มีเท้าแผ่ขยายหน่อยก็อาจจะดูไม่ค่อยเข้าทรงนัก เพราะรูปทรงของ Onitsuka Tiger จะมีความเล็กเรียว ทั้งนี้ รองเท้ายังมาพร้อมกล่องใส่ที่ผลิตเพื่อรุ่นนี้มาโดยเฉพาะ คือ จะเป็นสีดำมีลวดลายของ Tokidoki ทั้งกล่องเลยทีเดียว (แหม.. ไม่รู้ว่ากล่องของรุ่นอะไรก็ให้มันรู้ไปเนอะ) แต่ถึงกระนั้นหากใช้งานไปนานๆ หนังก็อาจจะยับ หลุดลอกบ้าง แต่โดยรวมถือว่าดีเลิศ บอกแล้วว่าลายเป็นเอกลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด

พูดรายละเอียดรองเท้าไปก็เยอะแล้วมาพูดถึงราคากันบ้าง ฮันแน่ๆ รอคอยกันอยู่ใช่ไหมล่ะคุณผู้ชาย.. สำหรับราคารองเท้า Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki คู่นี้ จะอยู่ที่คู่ละประมาณ 8,500 บาท แต่อย่าเพิ่งตกใจไปเพราะนั่นเป็นราคาช่วงเปิดตัว ซึ่งขณะนี้ถ้าไปดูตามร้าน Onitsuka Tiger อาจจะไม่ได้มีวางขายแล้ว แต่ถ้าตามเว็บไซต์ ช่องทางขายรองเท้าต่างๆ จะพบว่าราคาถูกลงอยู่ที่คู่ละประมาณ 3000-5000 บาท ขึ้นอยู่กับส่วนลด หรือโปรโมชั่นของแต่ละร้านนั่นเอง

รองเท้า Onitsuka Tiger CALIFORNIA 78 Tokidoki คู่นี้ เรียกได้ว่ามีความเท่ของลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ชัดเจนมากๆ แต่เราก็อยากจะแนะนำสำหรับคุณผู้ชายที่สนใจจะซื้อรองเท้าคู่นี้แล้ว ต้องตรวจสอบร้านขายที่น่าเชื่อถือ ดูรีวิวต่างๆ ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจในตัวสินค้าว่าจะได้รับมาใช้งานจริงๆ หรือสินค้าเป็นของแท้จริงๆ ไม่ถูกหลอกใดๆ ว่าแล้วทางเราก็ขอตัวไปหาร้านรองเท้า Onitsuka Tiger ในเว็บไซต์ก่อนนะ ก็ของมันต้องมีนี่นา

Converse x JW Anderson “Chuck 70 Grid” รองเท้าผู้ชายราคาถูก แค่ใส่ก็เท่

Converse-x-JW-Anderson

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Converse เป็นแบรนด์รองเท้าสายลุยที่หญิงชายเทใจให้ ซึ่งก็ได้ออกรุ่นที่ตรงกับความต้องการของผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง เป็นของ Converse แท้ เองบ้าง และร่วมกับคอลเลคชั่นอื่นด้วยบ้าง อย่าง รุ่นที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้เป็น Converse x JW Anderson “Chuck 70 Grid” ซึ่งมีการออกแบบร่วมกันอย่างลงตัว ที่สำคัญคือมีวางขายในไทยด้วย บอกเลยว่าผู้ชายจำนวนไม่น้อยต้องชื่นชอบเพราะถ้าได้ลองใส่แล้วล่ะก็ ต้องอุทานออกมาว่าเท่! แถมราคายังถูกโดนใจอีกด้วย

ทำความรู้จักกับผู้ร่วมงาน JW Anderson

ต้องบอกก่อนว่าผู้ที่มาร่วมออกแบบรองเท้ารุ่นนี้ด้วยนั้นเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่ของวงการแฟชั่นรันเวย์ที่เติบโตเป็นอันดับต้นๆ แล้ว อย่าง Jonathan Anderson หรือ JW Anderson ที่ขณะนี้มีอายุเพียง 31 ปีนั่นเอง ซึ่งแบรนด์ของเจ้าตัวนั้นเกิดขึ้นในที่ 2008 (ผ่านมา 12 ปีเท่านั้นนะได้ร่วมงานกับ Converse แล้ว เยี่ยมมาก) แน่นอนว่าผลงานของ JW Anderson มีมากมายการร่วมงานนั้นได้ร่วมกับแบรนด์ Hi-end ขั้นสุด ทั้ง Prada, Versus, Loewe หรือแบรนด์ใหญ่ๆ ดังๆ ทั้ง Uniqlo, Topshop ที่นำแบรนด์ของเจ้าตัว JW Anderson มาร่วมงานกัน

ผลงาน Converse x JW Anderson

ที่ผ่านมา Converse และ JW Anderson เคยร่วมงานกันมาบ้างแล้ว ยาวนานเสียด้วย ซึ่งแฟนของ Converse รองเท้าสายบุยก็คงจะคุ้นเคย หรือผ่านตากับผลงาน Converse x JW Anderson กันมาบ้าง ซึ่งคู่นี้พิเศษตรงที่ได้นำมาวางขายในประเทศไทยให้แฟนได้เลือกซื้อเลือกหา ไม่ต้องพรีออเดอร์ หรือไปซื้อต่างแดนไกลๆ แล้ว

Converse

โดยรุ่น “Chuck 70 Grid” คู่นี้มีออกมาในรูปแบบสีขาว และสีดำ ให้ความรู้สึกต่างกันสีดำก็จะออกเข้มๆ เท่ๆ สีขาวก็จะออกใสๆ แนวๆ ที่ตัวรองเท้าจะผลิตออกมาตามแบบฉบับของ Converse คือเป็นผ้าใบลุยๆ แต่รุ่นนี้จะเป็นหุ้มข้อสูงขึ้นมาจากตาตุ่ม ออกแบบลายเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษพาดกันเป็นลายสก็อต หากเป็นคู่สีดำลายอักษรจะใช้เป็นสีขาว แต่ถ้าเป็นคู่สีขาวลายอักษรก็จะเป็นสีดำ และยังคงความเป็น Converse ตรงที่มีโลโก้ทรงกลมรูปดาวแต่ชื่อยี่ห้ออยู่ด้านในแปะอยู่ที่รองเท้า รวมถึงป้านยี่ห้อแปะอยู่ส้นด้านหลัง ในส่วนของยางรองเท้าก็จะเป็นยางสีขาวคาดเส้นสีแดงด้านบน และคาดเส้นสีดำตรงช่วงขอบยาง ที่พื้นจะเป็นยางหนึบสีน้ำตาลเดินแล้วไม่มีลื่น เมื่อสวมใส่ไปแล้วจะให้ความกระชับ ใส่เดินเท่ แนวๆ ไปตามที่ต่างๆ คนอื่นต้องมีเหลียวหลังกลับมามองในการออกแบบกันบ้างล่ะ

ไทยเราได้มีการวางจำหน่าย Converse x JW Anderson “Chuck 70 Grid” ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 แต่ละคู่ทั้งสีดำและสีขาวมีจำนวนจำกัดมากๆ ราคาต่อคู่จะอยู่ที่ 4,500 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับการออกแบบ ลวดลาย และดีไซเนอร์ ส่วนขนาดรองเท้าก็จะมีตั้งแต่ size 6 ไปจนถึง 11 US และแน่นอนว่าขณะที่ เวลานี้รองเท้ารุ่นนี้ของ Converse ในไทยได้ขายหมดเกลี้ยงแล้ว ถ้าจะมีก็คงเป็นคนที่พรีออเดอร์มา หรือขายต่อมือสอง หลายคนอาจจะคิดว่ารุ่นนี้ออกมาแค่ 2 สีเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วในต่างประเทศก็มีสีแดงเพิ่มมาด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Converse x JW Anderson รุ่น “Chuck 70 Grid” ที่เราได้นำมาให้ได้อ่านกันนี้ สุดเท่และราคาถูกอย่างบอกจริงๆ ใช่ไหมล่ะ ซึ่ง Converse เป็นรองเท้าสายลุยที่ไม่ว่าหญิงหรือชายก็ลงใจซื้อสินค้ามาใช้งานอยู่ตลอด ซึ่งนอกจากรองเท้าแล้วก็ยังมีกระเป๋า เสื้อผ้าที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์คงคงวามเป็น Converse ของเค้าดีและต้องมีไว้ครอบครองเลยจริงๆ